
ข่าววรบท พระพุทธศาสนา ศักราช ๒๕๖๑
อธิบดีสงฆ์พระราชอาณาจักรสยาม พระ อัมพร อัมพโร มหาเถระ
ข้อมูลข่าว ของสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช
ว่าด้วยพระกรณียกิจบางประการ
- 27 มิถุนายน 2561
... เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย ในนามประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินเดีย และคณะ เฝ้าถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ปัทมศรีการนี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา พร้อมคณะ ร่วมเฝ้าด้วย
รัฐบาลอินเดียเริ่มการมอบเครื่องอิสริยาภรณ์ปัทม เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ มีกำหนดประกาศรายนามผู้ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ในวันเฉลิมฉลองการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และการสถาปนาสาธารณรัฐอินเดียเป็นประจำทุกปี โดยเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๑ รัฐบาลอินเดียได้ประกาศถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ปัทม ชั้น ปัทมศรี แด่สมเด็จพระสังฆราชแห่งราชอาณาจักรไทย
โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระสัมโมทนียกถา ความตอนหนึ่งว่า
“การที่ได้พบกับทุกท่านในวันนี้ ทำให้อาตมภาพย้อนระลึกถึงวันเวลาอันน่าประทับใจ ระหว่างที่ได้ศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย อาตมภาพได้ใช้ชีวิต ศึกษาเล่าเรียนอยู่ ณ ที่นั้นนานแรมปี ประสบการณ์ที่ได้รับมาในครั้งกระนั้นยังมั่นคงถาวรอยู่ในความทรงจำเสมอมา
ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้หวนระลึกถึงสัมพันธไมตรีอันดีงามระหว่างไทยกับอินเดียที่มีต่อกันมาเนิ่นนานนับพันปี สายสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของทั้งสองชาติ สามารถผูกผสานน้ำใจผู้คนทั้งสองดินแดนให้เชื่อมกันสนิทเสมือนญาติร่วมวงศ์สกุลเดียวกัน
ท่านทั้งหลายก็คงทราบดีอยู่แล้วว่า ในประเทศไทยมีชาวอินเดียและชาวไทยเชื้อสายอินเดียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เราทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นไทยหรือเป็นอินเดียต่างอยู่ร่วมกันได้ด้วยเมตตาธรรม ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกัน ทำให้ความแตกต่างทางเชื้อชาติ หรือศาสนา ไม่อาจเป็นอุปสรรคกีดขวางความสมัครสมานสามัคคี
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ณ ดินแดนชมพูทวีป อันเป็นถิ่นฐานของท่านทั้งหลาย แต่ธรรมะของพระพุทธองค์เป็นประทีปนำทางอันสว่างไสวขจรขจายไปทั่วสากลโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในราชอาณาจักรไทยนี้ได้ฉันใด น้ำใจไมตรีที่มวลมนุษยชาติมีต่อกัน ด้วยเมตตาธรรม อันเป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่งที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ ย่อมเรืองรองสว่างไสวไปทั่วสากลโลก สามารถหยุดความขัดแย้งและภยันตรายจากความเบียดเบียนกันโดยไม่จำกัดดินแดน เชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ได้ ฉันนั้น
‘ปัทมะ’ นั้นแปลว่าดอกบัว เปรียบได้ดั่งปัญญาที่สามารถยังให้สรรพสัตว์ หลุดพ้นจากโคลนตม จนเบิกบานเป็นผู้บริสุทธิ์ได้ ส่วน ‘ศรี’ ก็แปลว่าความเจริญ ความดีงาม อาตมภาพจึงขอท่านทั้งหลายจงร่วมกันอบรมเจริญปัญญาเพื่อขจัดความมืดบอดในจิตใจมนุษยชาติ เพื่อความเจริญงอกงามในความดี ดุจนาม ‘ปัทมศรี’ จักได้จรรโลงโลกนี้ให้งดงามไพบูลย์สืบไป” ...

ค้นหาหมายวิเศษ ด้วยพุทธวิเศษ ‘ศัพท์’
ภาษาไทย, ภาษาสยาม ด้วยระบบสืบค้นข้อมูล.
ด้วยยกคำวิเศษ ศัพท์ จากพระกรณียกิจ ว่า ดินแดนชมพูทวีป
คำอธิบายพระคัมภีร์... ครั้งแต่ควร ข้างเรา จะว่าเรื่องแต่ที่นี่ ผู้คน จงค้นหาออกเรียนไปให้ได้รู้ความหมาย ด้วยการยกคำศัพท์ นั้นๆ ตามหมายวิเศษ ตามวิธีอธิบายออกของแต่ละศาสนาๆ, พวกเรา -ท่าน จะได้เป็นศาสนาใด แต่เดิมเป็นมา อยู่แล้วบ้าง ท่านก็จงให้ คนยกปวงคำศัพท์เช่นนั้นขึ้นให้เป็นฐานลอยเด่น ยกเอาไปไว้จนถึงยอดของแต่ละท่านๆ ไป ว่า จากที่ คลิก! ไปดู เพื่อที่ว่าจะรู้คำสอน รู้วิธี หรือให้ตนรู้ความหมายที่เป็นแบบอย่างภาษาไทย มากๆ ตามแต่เว็บไซต์พระคัมภีร์ของแต่ละศาสนา นั้นๆ อันไม่ได้มีสิ่งชั่วแอบแฝง แต่ทุกแห่ง กลับมีแต่สิ่งประเสริฐจะหนุนส่ง มอบให้ แล้วเพิ่มพูน ให้คนมีความรุ่งเรืองทางสติปัญญา
ด้วยแต่กาลเฉพาะไปทุกๆครั้ง แม้นี้ ข้าพเจ้าเอง เป็นพุทธศาสนิก นิกายฯ ซึ่งเป็นผู้หวังจะเรียนไปให้ถึงยอดแห่งสติปัญญาด้วย คนหนึ่ง จึงยกบทแห่งพระวรบทธรรม ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า พระองค์นั้นเข้าไว้ ด้วยตนเองเป็นประชาชนผู้หวังจะไกล ไปจากกลีโทษ ใคร่ปรารถนาจะส่งตน ให้ได้แต่บทคุณ ที่ซึ่งจะพึงโปรดไปด้วย จากคำศัพท์ที่เป็นเครื่องแวดล้อม อันเมื่อ คลิกลิงก์ (Link) ไปจากคำพุทธวิเศษศัพท์ นั้น ซึ่งตราไว้เป็นวิเศษนาม แก่ชาติสยาม ของภาษาสยาม ด้วย คำศัพท์นั้นๆ มีแล้ว ว่า ‘ดินแดนชมพูทวีป’, ณ เวลานี้ ให้คลิกไปดูกันก็แต่คำนี้ เทอญ ...


